AZSUNNAH MADINAH.MYREADYWEB.COM


                               





                         

สถิติ
เปิดเมื่อ12/10/2011
อัพเดท8/09/2017
ผู้เข้าชม73517
แสดงหน้า113188
ปฎิทิน
December 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
คำค้น
จดหมายข่าว
อัซซุนนะฮฺโพล
สินค้าแนะนำ
สินค้าขายดี
สินค้า




เอดส์ เรื่องที่มุสลิมต้องรู้

เอดส์ เรื่องที่มุสลิมต้องรู้
อ้างอิง อ่าน 829 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง
 โดย อะสัน หมัดอะดั้ม

                                    ในอดีตในสังคมมุสลิม ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่อง โรคเอดส์  เพราะไม่มีคนเป็นเอดส์ในหมู่มุสลิม  พวกเขาจึงมองว่าเป็นสิ่งใกลตัว  แต่.. หลายปีผ่านมา   ในสังคมมุสลิมเริ่มมีการพบเห็นคนที่เป็นเอดส์   จากหนึ่งคน เป็นสอง.. เป็นสาม..  จนปัจจุบัน  เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จนน่าเป็นห่วง  ที่น่าตกใจมากๆ  ได้อ่านพบในอินเตอร์เน็ต  ระบุว่า คนประเทศ แกมเบียเป็นเอดส์กัน มากกว่า 20% นั่นคือทุกๆ 5 คนมีคนติดเชื้อ 1 คน ทั้งๆที่เป็นมุสลิม 96%                                            ปัจจุบันข่าวสารเกี่ยวกับโรคเอดส์และอันตรายของโรคเอดส์  มุสลิมส่วนใหญ่ รวมถึงเยาวชนมุสลิม มุสลิมะฮ  ก็ได้มีโอกาสรับรู้  ทั้งทางทีวีและสิ่งพิมพ์   ทุกคนไม่มีใครเถียงว่า  ตนเองกลัวเอดส์       แต่อยากจะถามว่า    ระหว่างอัลกุรอ่าน กับถุงอยางอนามัย  เขาเชื่อถืออะไรมากกว่ากัน?                  อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า


          وَلاَ تَقْرَبُواْ الزِّنَى إِنَّهُ كَانَ فَاحِشَةً وَسَاء سَبِيلاً 
 

และพวกเจ้าอย่าเข้าใกล้การผิดประเวณี แท้จริงมันเป็นการลามกและทางอันชั่วช้า - อัลอิสรออฺ/32                       คำว่า “อย่าเข้าใกล้การผิดประเวณี” สำนวนนี้มีความลึกซึ้งมากกว่า “ท่านอย่าผิดประเวณี” เพราะสำนวนแรกห้ามถึงการชี้แนะแนวทางที่จะนำไปสู่การผิดประเวณี เช่น การลูบคลำ การจูบ การมองอย่างมีตัณหา หรือการกระทำอื่นๆ ที่จะชักนำไปสู่การผิดประเวณีดังนั้นการห้ามมิให้เข้าใกล้จึงมีความหมายลึกซึ่งกว่าการห้ามมิให้กระทำ  มีหะดิษได้ระบุไว้ว่า

 لَمْ تَظْهَرِ الْفَاحِشَــةُ فِي قَوْمٍ قَطُّ حَتَّى يُعْلِنُوا بِهَا إِلاَّ فَشَا فِيْهِمُ الطَّاعُونُ وَالأَوْجَاعُ الََّتِيْ لَمْ تَكُنْ مَضَتْ فِي أَسْــلاَفِهِمْ الَّذِيْنَ مَضَوا ...' رواه الحَاكِم وَابْنُ مَاجَه


،ความว่า : การซินาจะไม่ปรากฏในกลุ่มชนใดๆเลย    จนกระทั่งพวกเขามีการซินาเกิดกันอย่างเปิดเผย  ก็จะเกิดโรคต่างๆตามมาและความอดอยากที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชนชาติก่อนๆ …” รายงานโดย อัลฮากิมและอิบนุมาญะ               โรคเอดส์ ไม่เคยปรากฏในชนยุคก่อนๆ  เพราะ  โรคเอดส์ พบครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2524 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาผู้ป่วยเป็นชายรักร่วมเพศป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อ    นิวโมซีสตีสแครินิอาย(Pneumocystis Carinii)  ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงมาก่อน  และไม่เคยใช้ยากดภูมิต้านทาน ผลการตรวจทาง     ห้องปฏิบัติการพบว่าเซลล์ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานโรคไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ  จากการศึกษาย้อนหลังพบว่า  โรคนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศแถบอาฟริกาตะวันตกในปี พ.ศ.2503  และต่อมาได้แพร่ไปยังเกาะไฮติ    ทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย  สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้นเป็นชา่ยอายุ 28 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกาและมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการ   ใน พ.ศ.2526ได้รับการตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกาพบว่าปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis Carinii
แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคเอดสจึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย ในปีพ.ศ.2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมาhttp://school.obec.go.th/wattiandad/text/aids.htm

                                       โรคเอดส์ มีสาเหตุมาจากการสำส่อนทางเพศ ระหว่างชายหญิงและชายกับชายทางทวารหนัก   โรคร้ายนี้แพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว  เพราะการสำส่อนทางเพศแพร่หลายมากขึ้น  และผู้ที่สำส่อนเพศ คือ อาชญากรร้ายที่ทำลายทรัพยากรมนุษย์   อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสไว้ว่า

إِنَّ الَّذِينَ يُحِبُّونَ أَنْ تَشِيعَ الْفَاحِشَةُ فِي الَّذِينَ آمَنُوا لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنْتُمْ لا تَعْلَمُونَ

แท้จริงบรรผู้ชอบที่จะให้เรื่องบัดสีแพร่หลายไปในหมู่ผู้ศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าและอัลลอฮ์ทรงรอบรู้และพวกเจ้าไม่รู้ – อันนูร/19ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

إذا ظهر الزنا والربا في قوم فقد أحلوا بأنفسهم عذاب الله

เมื่อการผิดประเวณี และ ดอกเบี้ยปรากฏอย่างเปิดเผยในกลุ่มชนใด แน่นอน พวกเขาได้อนุมัติการลงโทษของอัลลอฮ ด้วยตัวของพวกเขาเอง”- รายงานโดย หากิม โดยเขากล่าวว่า สายรายงานถูกต้อง(เศาะเหียะ)   

              ในยุคศาสดาลูฏ อะลัยฮิสสลาม อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ได้ทำลายกลุ่มชนของเขา ที่มีพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ โดยชายสมสู่กับชาย    ดังที่ระบุในอัลกุรอ่านว่า      ขณะที่ ศาสดาลูฏ อะลัยฮิสสลามกล่าวแก่กลุ่มชนของเขาว่า

إِنَّكُم لَتَأْتُونَ الرِّجَالَ شَهْوَةً مِّنْ دُونِ النِّسآءِ

แท้จริงพวกท่านจะสมสู่เพศชายด้วยตัณหาราคะอื่นจากเพศหญิง – อัลอะรอฟ/81และทรงกล่าวถึงการลงโทษพวกเขาว่า

فَأَخَذَتْهُمُ الصَّيْحَةُ مُشْرِقِيْنَ *

ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้คร่าพวกเขาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น


فَجَعَلْنَا عَالِيَهَا سَافِلَهَا وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهِمْ حِجَارَةً مِّنْ سِجِّيْلٍ *


แล้วเราได้พลิกกลับส่วนบนของมันเป็นส่วนล่าง และได้ให้หินจากนรกหล่นลงมาทับพวกเขา

إِنَّ فِي ذَلِكَ لآيَاتٍ لِلْمُتَوَسِّمِيْنَ* وَإِنَّها لَبِسَبِيْلٍ مُّقِيْمٍ

แท้จริงในการนั้น แน่นอนเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้พินิจพิเคราะห์ – อัลหิจญุ/ 73-76                      
               เพราะฉะนั้นทางเดียวเท่านั้นที่จะป้องกันเอดส์ได้คือ การปฎิบัติตามคัมภีรอัลกุรอ่าน และป้องกันด้วยคำสอนอัลกุรอ่านดังนี้

1.  ไม่ดูภาพโป้ ภาลามกอนาจาร  หรือ สื่อที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ

2.    รักษาอวัยวะเพศของตนเองไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ต้องห้ามหรือ การสำส่อนทางเพศอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า    

        قُل لِّلْمُؤْمِنِينَ يَغُضُّوا مِنْ أَبْصَارِهِمْ وَيَحْفَظُوا فُرُوجَهُمْ ذَلِكَ أَزْكَى لَهُمْ إِنَّ اللَّهَ خَبِيرٌ بِمَا يَصْنَعُونَ                                                                  


จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดาผู้ศรัทธาให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ  และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา  แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ

 3.  ไม่แต่งงานกับคนที่สำส่อนทางเพศ หรือ ทำผิดประเวณี  เพราะคนสำส่อนทางเพศเป็นคนที่ไร้เกียรติและอาจจะนำโรคมาสู่คู่ครองได้   อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

الزَّانِي لا يَنكِحُ إلا زَانِيَةً

ชายผิดประเวณีจะไม่สมรสกับใคร นอกจากกับหญิงที่ผิดประเวณี – อันนูร/

...................

 บทความโดย  อะสัน หมัดอะดั้ม   kruasan@hotmail.com
 
asan [101.109.105.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57